ระบบน้ำที่ใช้ในการทำเกษตร ที่ท่านต้องรู้

การทำ เกษตร สิ่งสำคัญที่ผู้ผลิตควรให้ความสำคัญก็คือน้ำ เพราะน้ำคือส่วนสำคัญที่ช่วยให้พืชได้รับการเจริญเติมโตที่สมบูรณ์ ซึ่งหากขาดน้ำ การทำ เกษตร ถือว่าเป็นอันล้มเหลว เนื่องจากน้ำเปรียบเสมือนหัวใจหลักของการทำเกษตร ทั้งยังมีส่วนช่วยนำสารอาหารในรูปแบบของสารละลายทั้งทางดินและทางใบไปเป็นอาหารของพืชอีกด้วย ซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ ระบบน้ำที่ใช้ในการทำเกษตร แล้วจะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

ระบบน้ำที่ใช้ในการทำเกษตร

1. แหล่งน้ำจากธรรมชาติ

ระบบน้ำที่ใช้ในการทำเกษตร แหล่งน้ำจากธรรมชาติ

            แหล่งน้ำจากธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งแหล่งน้ำ ที่เราสามารถใช้สอยประโยชน์ได้ฟรี เพราะเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ที่เราสามารถใช้ร่วมกันได้ ซึ่งถ้าหากใครมีที่ดินที่ติดห้วย หนอง คลอง บึง ถือว่ามีความโชคดีเป็นอย่างยิ่ง ที่เราจะสามารถสูบน้ำขึ้นมาเพื่อทำการเพาะปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี ยิ่งถ้าติดบึงใหญ่หรือแม่น้ำก็จะการันตีได้ว่าจะมีน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูกพืชอย่างแน่นอน โดยเราจะต้องมีการดูพื้นที่ทั้งหมดว่าส่วนที่อยู่ไกลที่สุด จะทำให้น้ำไปถึงด้วยวิธีการใดและจะทำแทงค์เก็บน้ำด้วยหรือไม่ เราจะดูดน้ำเข้าสวนเลย หรือจะดูดขึ้นเก็บในถังแล้วปล่อยเข้าสวนทีละน้อย อันนี้เป็นคำถามที่เราจะต้องกลับไปพิจารณา พูดมามีแต่ข้อดี แล้วถ้าถามว่ามีข้อเสียบ้างหรือเปล่า แน่นอนเมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสียอยู่แล้ว เพราะถ้าปีไหนที่แล้งมาก ๆ ก็เป็นไปได้ว่าน้ำจะแห้งเหือดหาย อย่าลืมว่ามันเป็นแหล่งน้ำสาธารณะที่ใครก็สามารถสูบไปใช้ได้เหมือนกัน ยิ่งแล้งก็ยิ่งสูบ ยิ่งสูบก็ยิ่งแห้ง ส่วนถ้าปีไหนฝนดีมาตั้งแต่หัวปี น้ำก็จจะต้องท่วมบริเวณพื้นของเราก่อนอย่างแน่นอน เราจะต้องมีการวางแผนล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นน้ำก็จะทำความเสียหายให้พืชได้

2. การเจาะน้ำบาดาล

การเจาะน้ำบาดาล

            การเจาะน้ำบาดาลจึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลาย ๆ คนเลือกใช้ ซึ่งก่อนทำการขุดเจาะ เราควรสำรวจก่อนว่าน้ำบาดาลในบริเวณที่ดินของเราอยู่ลึกแค่ไหน โดยเราสามารถเลือกเจาะบริเวณไหนก็ได้เพื่อให้ตรงกับความต้องการ กับพืชที่เราวางแผนที่จะปลูก การเจาะน้ำบาดาลจะทำให้มีน้ำใช้ตลอดปีและใช้พื้นที่ไม่มาก แต่สิ่งหนึ่งที่จะต้องทราบก็คือเราจะต้องหาช่างขุดเจาะบาดาลที่มีความสามารถในการหาตาน้ำได้ดี มีความชำนาญในการขุดเจาะ ปกติแล้วการเจาะน้ำบาดาลถ้าไม่เจอน้ำตั้งแต่หลุมแรก ช่างก็จะทำการเจาะหลุมใหม่ไปเรื่อย ๆ 2-3 หลุมจนกว่าจะเจอน้ำทำให้เสียเวลา หรือแม้กระทั่งเมื่อใช้น้ำปะปาผ่านไป 4-5 ปี น้ำก็อาจจะหมดทำให้ต้องขุดหลุมใหม่ก็เป็นได้เช่นกัน ส่วนราคาค่าเจาะก็จะอยู่ที่ประมาณ 20,000-35,000 บาท แล้วแต่จะตกลงกัน

3. การขุดสระ ขุดบ่อ

การขุดสระ ขุดบ่อ

            การขุดสระ เป็นการสร้างแหล่งน้ำไว้ใช้เป็นของตัวเอง การมีสระน้ำกักตุนน้ำไว้ จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับปัญหาภัยแล้งได้ดี ซึ่งเป็นวิธีสำหรับผู้ที่มีพื้นที่มากหน่อย ถือว่าเป็นตัวเลือกสุดท้ายในการทำ เนื่องจากต้องอาศัยพื้นที่ในการทำการเกษตรของเรา ทำให้ผู้ผลิตที่ไม่มีตัวเลือกอื่น ๆ แล้ว จึงเลือกที่จะใช้วิธีนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ข้อเสีย ข้อดีคือเรายังจะได้ดินขึ้นมาถมทำเป็นเนินสำหรับทำสิ่งปลูกสร้างหรือถมเป็นโคกสำหรับปลูกผักสวนครัวและไม้ยืนต้น เลี้ยงไก่เลี้ยงปลาทำศาลาริมน้ำ ที่สำคัญอากาศบริเวณนั้นจะเย็นสบายตลอดทั้งวันอีกด้วย แล้วก็อย่าลืมนะว่าเราจะมีน้ำใช้ในการทำ เกษตร ตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน การขุดสระควรขุดให้มีความลึกมากกว่า 3 เมตร เพราะตามที่ทฤษฎีตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ให้คือ ใน 1 ปีมี 300 กว่าวัน และใน 1 วันน้ำจะระเหยออกไปวันละ 1 ซม. นั่นหมายความว่าถ้าเราขุดสระให้มีความลึกมากกว่า 3 เมตร เราก็จะยังมีน้ำไว้ใช้ในครัวเรือนและการทำ เกษตร อย่างแน่นอน อันนี้ไม่นับหน้าฝนที่ฝนตกหนักและหน้าร้อนที่อากาศร้อนจัดที่ไม่มีฝนตกเป็นเวลามากกว่า 3 เดือน

4. น้ำฝน

น้ำฝน

            ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า พืชพรรณบางชนิดนั้น สามารถเติบโตได้ดีในฤดูฝน ซึ่งการทำ เกษตร น้ำฝนเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน เราจะต้องดูทิศทางน้ำไหลเข้าไหลออก ในพื้นที่ของเราเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังเวลาฝนตก หรือจะต้องทำทางน้ำเพื่อระบายน้ำลงสระที่เราขุดไว้ เมื่อถึงหน้าฝนเราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำจากสระหรือบาดาล แต่ก็ต้องบริหารจัดการให้ดีในช่วงหน้าฝนเพื่อไม่ให้พืชของเราเสียหายนั่นเอง ควรวางแผนปลูกพืชที่ไม่ชอบน้ำให้อยู่บริเวณที่สูงเพื่อให้น้ำระบายออกได้ทัน และปลูกพืชที่ทนต่อน้ำขังได้ในระดับหนึ่งไว้บริเวณที่ลุ่ม ปลูกหญ้าแฝกไว้รอบบริเวณไร่เพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดินเนื่องจากน้ำกัดเซาะ ทำคูคันหรือร่องน้ำเพื่อให้สามารถระบายน้ำออกได้ทันเมื่อฝนตกหนัก ถ้ามีสระก็ทำทางน้ำเพื่อรับน้ำจากพื้นที่ของตนเองและน้ำที่ไหลมาจากที่คนอื่น มีท่อระบายน้ำออกจากสระเมื่อน้ำมีความสูงในระดับที่ต้องการ หรืออาจจะทำทางน้ำไหลเข้าร่องพืชที่ปลูกไว้เพื่อให้ได้รับน้ำจากธรรมชาติอย่างเต็มที่และจะเป็นการประหยัดเวลาในการให้น้ำในแต่ละวันของเราอีกด้วย

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็คือ ระบบน้ำที่ใช้ในการทำเกษตร ซึ่งน้ำถือว่าเป็นปัจจัยหลักในการทำเกษตร ดังนั้น เพื่อให้ดินมีความชุ่มชื้นพอเหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืช เกษตรกร จึงควรจัดสรรระบบน้ำให้เพียงพอต่อการใช้งานนั่นเอง ดินที่ดีพร้อมชุ่มน้ำ เหมาะแก่การปลูกดอกไม้ด้วย ธุรกิจร้านดอกไม้

มาดูการรักษาสุขภาพกันบ้างนะค่ะ สำคัญมากเพราะว่า เกษตร ต้องใช้แรงกายและแรงใจในการทำงาน เราขอแนะนำ เคล็ดลับเบิร์น แคลอรี ที่จะทำให้หุ่นดี ฟิต พร้อมที่จะรับมือกับการทำงานต่างๆค่ะ